posted on 22 Feb 2009 21:50 by krurudee
จะมีลูกศิษย์ใครกวนเท่าเจ้าคนนี้มั๊ยเนี่ย
เขาขาดโรงเรียนบางวัน เพื่อพาทีมไปแข่งฟุตบอล
เขารีบทำข้อสอบปลายภาคอย่างรวดเร็ว เพื่อจะรีบไปพาน้องๆแข่งบอล
เขาไม่มาสอบโอเน็ต เพราะเขาจะพาน้องๆไปแข่งบอล และเขาคิดว่า เขาสอบโควตาติดแล้ว
เขาไม่รู้จะเอาคะแนนโอเน็ตไปทำอะไร กว่าครูจะรู้ว่าเขาไม่มาสอบ ก็หมดชั่วโมงสอบของวิชาแรกไปแล้ว
ยังดีที่ครูมีเบอร์โทรของเพื่อนของพ่อเขา เลยบอกให้เพื่อนของพ่อไปโทรตามพ่อ เพื่อจะให้พ่อไปตามเขามา สอบ
แล้วก็ยังดี...ที่เขายังมาสอบในวิชาถัดไป เขาก็จะมีคะแนนโอเน็ตน้อยกว่าใครๆ เพราะวิชาแรกเขามี 0 คะแนน
พอเขามาถึง ครูก็ถามว่า..มีบัตรประชาชนมามั๊ย....มีครับ แล้วบัตรเลขที่นั่งสอบสำหรับเข้าสอบล่ะ....มีครับ เพื่อนกำลังไปปรินท์ให้
เฮ้อ..ใครมีลูกศิษย์น่ารักกว่านี้ก็เล่าสู่กันฟังบ้างค่าาาาาาาาาา
posted on 16 Feb 2009 22:30 by krurudee
ไม่อยากเชื่อเลยว่า ครูจะมีลูกศิาย์เป็นนักเรียนทุนรัฐบาลออสเตรเลีย
ก็เมื่อเดือนที่แล้ว ครูยังต้องเตือนเธอให้ไปซ่อมอยู่เลย
หรือว่าเธอเกิดมาดวงดี หรือว่าเธอเก่งจริง
หรือว่านี่เป็นดวงดาวแห่งชีวิตของเธอ
แต่ถึงอย่างไร ครูก็ดีใจ
คุยไปทั่วโรงเรียนแล้ว
หรือว่าครูประเมินนักเรียนต่ำไป
ถ้าเป็นอย่างนั้น.....เล่าฮูขออภัย
ดีใจจริงๆนะเนี่ย..........ฮ่า ฮ่า ฮ่า
posted on 22 Jan 2009 23:50 by krurudee
ปลายธันวา ต้นมกรา ของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่ทั้งครู
ทั้งศิษย์ลุ้นกันตัวโก่งว่าปีนี้ ใครจะได้ไปเรียนต่อที่ไหนกันบ้าง
บางคนก็ได้โควต้าของบางมดตั้งแต่ปลายปี ม.5 พวกนี้ก็เรียนกันแบบสบายๆ
ไม่ซีเรียส แต่พวกที่ยังตัดสินใจไม่ได้ก็สมัครสอบกันอุดตลุด
ไม่ว่ามหาวิทยาลัยไหนเปิดสมัครสอบตรงเป็นต้องวิ่งสมัครกันไปทั่ว
สอบกันทีผู้ปกครองก็จ่ายกันกระเป๋าเป็นมัน แต่เพื่อลูก เพื่อการศึกษา
แน่นอน พ่อแม่ก็เต็มใจจ่ายอยู่แล้ว
แต่ก็มีพ่อบางคนแอบมาปรับทุกข์เหมือนกัน
ลูกวิ่งสอบตั้งหลายมหาวิทยาลัยแล้ว และก็สอบได้ไปหลายครั้งแล้ว
แต่ไม่ตัดสินใจเลือกสักที ติดคณะนี้ ก็อยากเรียนมหาวิทยาลัยนั้น
พอติดมหาวิทยาลัยนั้นก็อยากได้คณะโน้น พ่อลางานพาไปสอบจนเหนื่อย
แต่ก็นั่นแหละ ด้วยความรักลูก ไม่เคยบ่นกับลูก แต่มาบ่นกับครู
ยังงี้แหละคนที่สอบติดก็ติดอยู่นั่นแล้ว
คนที่สอบไม่ได้ครูก็ต้องคอยรอลุ้นคะแนนแอดมิดชั่น
หลายคนสละสิทธิ์คณะที่สอบตรงเข้าไว้ พอมาแอดมิดชั่นก็ได้คณะเดิม
มหาวิทยาลัยเดิม ไม่รู้จะสละสิทธิ์กันทำไม
เหตุของเรื่องนี้ก็เนื่องจากระบบสอบวิชาพื้นฐานหรือความถนัดของคณะต่างๆนั่น
แหละ
ลูกศิษย์ที่รักของครูก็สมัครสอบพื้นฐานวิศวะไปตามความนิยมของชายหนุ่มแห่งยุคสมัย แต่แวบหนึ่งแห่งการค้นหาตัวตน
ทำให้ไปกดคีย์สมัครวัดแววความเป็นครู โดยอ่านกติกาไม่ละเอียด
ผลที่ได้คือถูกตัดการสอบพื้นฐานวิศวะ แต่เจ้าตัวก็ยังคิดว่าไม่เป็นไร
ยังมีหลายมหาวิทยาลัยที่รับตรงโดยไม่ดูคะแนนส่วนนี้
เวลาแห่งความระทึกใจมาถึง เมื่อม.มหิดลประกาศผลสอบของการสอบตรง
เมื่อต้นมกรา หลายคนติดแพทย์ บางคนติดพยาบาล
เจ้าหนุ่มคนนี้ก็ได้เฮกับเขาเหมือนกัน ฮ่าๆ
ติดวิศวะไฟฟ้าแต่ไม่มีคะแนนพื้นฐานวิศวะ ครูก็ปลอบใจไปว่า
มหิดลอาจไม่เหมาะกับเรา เรียนครูดีกว่าไหนๆก็สอบความถนัดทางครูไปแล้ว
แต่จะลองดูอีกทีก็ได้ ค่ารถไปสอบก็ไม่แพงเท่าไหร่ ลองไปสัมภาษณ์ดู
เผื่อเขาจะเห็นความสามารถของเราแล้วไม่สนใจคะแนนที่เราไม่ได้สอบ
เพราะถ้าเราสอบต้องได้คะแนนสูงอยู่แล้ว
ครูก็รอลุ้นด้วยความหวังว่าลูกศิษย์จะสอบสัมภาษณ์ผ่านสบายๆ
แต่พอกลับมาจากสอบ ครูถามว่าผลสอบเป็นไง ลูกศิษย์บอกว่า
เขาไม่ให้ผมสอบเลยครับ พอผมรายงานตัว จ่ายเงินค่าตรวจสุขภาพ
แล้วก็ดำเนินการตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ จนเกือบถึงหน้าห้องสัมภาษณ์
พี่คนนึงก็ออกมาถาม "น้องไม่มีคะแนนพื้นฐานวิศวะเหรอ" "ไม่มีครับ"
"งั้นน้องลงไปถามพี่ที่ชั้นล่างเลยนะ"
พอผมลงไปพี่ที่ห้องข้างล่างเขาก็บอก "น้อง
เดี๋ยวพี่คืนเงินค่าตรวจสุขภาพให้ แล้วน้องกลับบ้านได้เลยนะ" อึ้งเลย
ครูก็อึ้งสิ ไม่น่าแนะนำให้เสียตังค์ค่ารถไปสัมภาษณ์เลย
ในใจก็นึกว่า
ม.มหิดลพลาดโอกาสที่จะได้รับศิษย์น่ารักๆของครูไปสร้างชื่อเสียงให้ซะ
แล้ว
ระหว่างที่เขียนบันทึกอยู่นี้ก็ได้ข่าวว่า
เขาสอบได้วิศวะไฟฟ้าของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือไปแล้ว
แต่ครูก็ยังไม่เจอเจ้าตัว เลยยังไม่ได้สอบถามความพึงพอใจกับผลการสอบ
และก็ไม่ได้ขออนุญาตเอาเรื่องเขามาเล่าซะด้วย
แต่ในฐานะที่ครูได้ยินใครๆก็เล่าเมาท์เรื่องนี้กันสนั่นโรงเรียนอยู่แล้ว
ก็ขอเอามาเล่าต่อเป็นบทเรียนสอนน้อง ถือว่าเป็นวิทยาทานก็แล้วกันนะจ๊ะ
ใครที่จะสมัครสอบวิชาความถนัดพื้นฐานทั้งหลายแหล่ก็อ่านกฏ กติกา
ให้ดีก็แล้วกัน
ปีหน้าสิน่าปวดหัว นักเรียนต้องสอบ GAT สอบ PAT
กันให้้วุ่นวายไปหมด จะสอบคณะนี้ต้องสอบ GAT นั้น ไม่ต้องสอบ GAT โน้น
เข้าหมอไม่ต้องสอบคณิศาสตร์หรือฟิสิกส์ จะเข้าคณะนี้ ต้องมีผล PAT นั้น
จะเข้าคณะนั้นต้องมีผล PAT โน้น ครูแก่ๆแถมโลเทคอย่างครูต้อยปวดหัวมาก
ไม่รู้ว่าลุ้นผลสอบปีหน้าจะปวดหัวขนาดไหน ได้แต่เอาใจช่วยลูกศิษย์ทุกคน
ขอให้ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิตทุกคนนะจ๊ะ